เข้าไปอ่านในกระทู้แล้วน่าสนุกดี

ผมจบคณิตศาสตร์มาครับ
เป็นสาขาวิชาที่
 * มักจะมีคนถามว่า "เรียนไป (แม่ง)ได้อะไรวะ"
 * มักจะมีคนไม่ชอบวิชานี้เยอะมากๆ ด้วยเหตุผลที่มันยาก
    ความจริงแล้วชาวตะวันออกเป็นผู้ที่สนใจและมีความสามารถทางคณิตศาสตร์มาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว --ซึ่งรวมทั้งไทยด้วย มีชาวตะวันตกที่เคยมาติดต่อการค้าในกรุงศรีอยุธยาบันทึกไว้ว่า สมัยนั้นคนอยุธยาชอบใช้เวลาว่างแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ --แต่ไม่รู้ทำไม ปัจจุบัน เราถึงรังเกียจคณิตศาสตร์ถึงเพียงนี้
 * คนส่วนมากที่มาเรียน เพราะว่ามันไม่มีทางเลือกอื่นๆแล้ว --เห็นอนาคตประเทศเราหรือยัง
    * ผมเลือกมาอันดับแรกนะ แบบว่าอยากรู้ว่าเรียนคณิตศาสตร์ มันจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง
 * คนที่เรียนจบแล้ว จะมีงานเพียงไม่กี่อย่างที่สามารถทำได้ = {ครู, อาจารย์, เรียนต่อ}

คณิตศาสตร์มีหลายสาขา ยิ่งเรียนสูงมากคณิตศาสตร์ยิ่งแตกออกเป็นหลายๆสาขา
สำหรับป.ตรีแล้ว(ในมหา'ลัยผม) คณิตศาสตร์จะแบ่งออกเป็น คณิตศาสตร์บริสุทธิ์, คณิตศาสตร์ประยุกต์(มหา'ลัยผมเป็นสถิติ)

ซึ่งวิชาที่เรียนในช่วงปีแรกๆจะไม่ค่อยมีอะไรหวือหวามาก ส่วนใหญ่จะเป็นการทบทวนคณิตศาสตร์ในชั้นมัธยม
เมื่อเริ่มเข้าปีสองก็จะมีวิชาที่เริ่มเข้าสู่เนื้อหาลึกๆในคณิตศาสตร์ เช่น แคลคูลัส, something(จำไม่ได้แล้ว)
และเริ่มมีวิชาที่พูดถึงเรื่องการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์
พอถึงปีสาม "คณิตศาสตร์" ที่ผมรู้จักก็ไม่มีคำว่า "ตัวเลข" แล้ว ทุกอย่างเราพูดกันด้วยเหตุผลทางตรรกะ

คนมีกึ๋นอย่างผมเรียนคณิตศาสตร์อย่างไร ???

แตกต่างนั่นอาจจะเป็น "นิยาม" สำหรับการเรียนของผม
ส่วนใหญ่ผมใช้เวลาเกือบทั้งหมดของเทอมแรกในห้องสมุด เป็นเวลาว่าง รวมทั้งเวลาไม่ว่าง(ในวิชาที่ไม่ชอบ)
อ่านหนังสือส่วนใหญ่เป็น textbook ของคณิตศาสตร์ แต่ก็มักจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้เรียนในช่วงเวลาที่ผมเรียน(ชอบอ่านล่วงหน้า), ประวัติศาสตร์, คอมพิวเตอร์, นิยายบางเรื่องของ รงค์ 'วงสวรรค์
ซึ่งส่วนมากไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่ผมเรียนในตอนนั้น
(มันเป็นความฝันของผมมาตั้งแต่มัธยม ที่จะได้มาอยู่ใกล้ห้องสมุดใหญ่ๆ อ่านหนังสือที่สนใจเยอะๆ)

นั่นเป็นผลทำให้เกรดเทอมแรกของผมตกต่ำลงมาจนเกือบจะโดนใบแดงไล่ออกจากสนามการศึกษา
(มีวิชาในสาขาคณิตศาสตร์เท่านั้นที่ผมได้เกรดเอ)

เทอมสองผมเลยต้องพยายามเข้าเรียนทุกวิชา อ่านหนังสือที่มันตรงกับเรื่องที่เรียนบ้าง
ทำให้เทอมนี้ผมทำเกรดได้ดีที่สุดในการเรียนมหาวิทยาลัย
(แต่เกรดเทอมแรกมันก็คอยฉุดเกรดเฉลี่ยผมมาตลอดสี่ปีของการเรียน)

ปีสองติดสาว ปีสามเล่นอินเตอร์เน็ท(เป็นช่วงที่ผมเป็นสุขมากเพราะวิชาส่วนใหญ่เป็นคณิตศาสตร์) ปีสี่ฝึกงาน(ลงวิชาที่เน้นทางคอมพิวเตอร์)

ลักษณะที่น่าสนใจในการเรียนของผมคือ
1. ผมไม่อ่านชีทที่อาจารย์แจก
แต่ผมจะเอามามันจดเลคเชอร์ที่อาจารย์พูดมากกว่า รวมทั้งจดวิธีคิด วิธีการพิสูจน์ทฤษฏี

2. ผมมักจะจดจำนิยาม และวิธีพิสูจน์มัน มากกว่าจำสูตรที่มีเป็นร้อยเป็นพัน
เพราะผมคิดว่า "นิยาม" มันคือรากของทุกๆทฤษฏี มันคือจุดเริ่มต้นของสูตร
ถ้าหากว่าผมรู้วิธีพิสูจน์นิยาม หรือทฤษฏีบทสำคัญๆ นั่นหมายความว่าผมสามารถคิดสูตรได้เป็นสิบๆ จากนิยามเพียง 2-3 นิยาม

3. ผมมักจะจดข้อสงสัยไว้ แล้วเก็บเอาไปพิสูจน์ (แต่ส่วนมากไม่เก็บ ผมมักจะพิสูจน์ตรงนั้นเลย ทำให้บางครั้งผมพลาดจุดสำคัญตอนอาจารย์สอนไป ฮ่าๆ) ถ้าทำไม่ได้ค่อยไปถามอาจารย์ทีหลัง

4. ผมไม่ปล่อยให้การบ้านเป็นการบ้าน ผมมักจะทำมันให้เสร็จตั้งแต่ยังเรียนไม่หมดคาบ หรือจะไม่ปล่อยให้เกินคาบถัดไป (ใช้เวลาวิชาอื่นมาทำการบ้านคณิตศาสตร์) เพราะว่าผมต้องเอาเวลาว่าง ไปเล่นอินเตอร์เน็ท+อ่านหนังสือ+กินข้าวกับแฟนๆ (เฉพาะการบ้านคณิตศาสตร์อย่างเดียว วิชาอื่นรอลอก !!!)

5. ดูเหมือนว่าผมจะรักคณิตศาสตร์มากๆ แต่สำหรับบางแขนงนั้น ผมกลับเกลียดเอามั๊กๆ อย่างเช่น สถิติ ฯลฯ วิชาจำพวกที่ ตัวเลขสิบกว่าหลักต้องตรงเป๊ะๆ (เพราะนิสัยผมเป็นพวกที่ "เฮ่ยเอาน่าขาดไปแค่ไม่กี่จุดเองงงง")

6. ผมดูเหมือนคนขยัน เข้าห้องสมุด อ่านหนังสือ แต่ความจริงแล้วผมขี้เกียจและหนังสือที่อ่านส่วนมากไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียน(ก๊ากๆ) ผมมักจะแอบหลับในวิชาที่เรียนตอนบ่าย วาดรูปในวิชาที่เรียนตอนเย็น และโดดวิชาที่เรียนเสริมตอนมืดเป็นประจำ ผมไม่อ่านหนังสือหนักตอนช่วงสอบ ผมอ่านเท่าไหร่ก็อ่านเท่านั้น ผมเข้านอนตอนเที่ยงคืน(เพื่อนๆเรียก "เด็กอนามัย") นานๆครั้งจะไปเที่ยวแล้วนอนหลังเที่ยงคืน

ผ่านไปสี่ปี
เพื่อนผมหลายคนไม่รู้ว่าเค้าได้อะไรเมื่อเรียนคณิตศาสตร์จบ --น่าเสียดาย
แต่สำหรับผมแล้ว ผมได้วิธีคิด ผมได้มุมมองที่มองได้เฉียบขาด(ถึงแม้ว่าจะสับสนบ้างในบางครั้ง)
ซึ่งในบางสาขาวิชาไม่สามารถคิดได้แบบเรา (และเราก็ไม่สามารถคิดหรือทำแบบเขาได้ เพราะต่างคนล้วนชำนาญในเรื่องที่เรียนมา)

แต่ที่น่าแปลกคือ เพื่อนผมบางคนนั้นได้เกรดไม่ดีเลยสำหรับการเรียนสี่ปี
โดยเฉพาะวิชาในสาขาคณิตศาสตร์ก็ไม่ได้มีเกรดดีเท่าไหร่ แต่เขาก็สามารถทำงานเป็นครูคณิตศาสตร์ได้อย่างดี
ประมาณว่าคณิตศาสตร์ระดับมัธยมไม่สามารถทำอันตรายเค้าได้อีกแล้ว (โอ๊ว คณิตศาสตร์เปลี่ยนแปลงคนได้)

เออ...
ผมคิดว่าผมเขียนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองยาวมากเกินไปแล้ว
จบแค่นี้ดีกว่า...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ.. จริงค่ะ.. ไม่เคยมีอยู่ในหัวเลยค่ะคณะนี้.. แต่เพราะเราคิดกันว่าคณิตมันคือตัวเลข.. เพิ่งมารู้เมื่อโตแล้วน่ะค่ะว่ามันไม่ใช่.. จริงๆแล้วทุกอย่างก็แทบจะเป็นคณิตศาสตร์หมด พอมารู้ว่าน่าสนุก.. ก็เลยวัยที่จะเรียนรู้มามากแล้วค่ะ ^_^; อ่านหนังสือที่นักคณิตศาสตรืเขียนก็สนุกไปอีกแบบนะคะ

#1 By Hayashi Kisara on 2008-10-05 19:12

แค่พูดว่าเลขผมก็ทำหน้าแหยงๆแล้วล่ะ sad smile
ผมนับถือคนที่เรียนเลขเก่งมากเลยนะ
รู้สึกว่าเค้าเป็นคนที่เข้าใจสิ่งต่างๆได้ดีกว่าคนอื่น
ผมจบคณิตศาสตร์เหมือนกันครับ กำลังจะทำTagนี้อยู่เหมือนกัน แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง sad smile

ชอบประโยคนี้ครับ >>

สำหรับผมแล้ว ผมได้วิธีคิด ผมได้มุมมองที่มองได้เฉียบขาด

เห็นด้วยมากๆเลย confused smile แต่ผมอาจจะไม่ถึงขั้นเฉียบขาด แต่ก็ได้หลายมุมมองมากกว่าก่อนเรียน และความคิดเป็นระบบขึ้น confused smile

#3 By SkyKiD on 2008-10-05 23:33

ขอจบคณิตศาสตร์ด้วยคน :P

เราคงต้องรักและเห็นความสวยงามของนิยามและการพิสูจน์ในทางคณิตศาสตร์

หลายคนเลือกเรียนคณิตศาสตร์ เพราะชอบแคลคูลัส หรือทำคะแนนแคลคูลัสได้ดี แต่คณิตศาสตร์ไม่ใช่แคลคูลัส ถ้าอยากรู้ว่าคุณชอบคณิตศาสตร์หรือไม่ ลองหาเวลาไป sit in วิชา principle of mathematics หรือ fundamental of mathematics แล้วคุณจะรู้ทันที... question

#4 By monoguy on 2008-10-06 20:59

จบภาควิชานี้มาเหมือนกันและมักจะเจอคำถามเหมือนกัน ได้อ่านข้อความของคุณแล้วรู้สึกว่ามีความคิดคล้ายๆกันเราคิดว่าคนที่เลือกเรียนภาควิชานี้ได้เปรียบเพราะไม่ว่าคุณจะสอบเข้ารัฐบาลหรือเอกชนคุณก็ต้องสอบข้อสอบที่เป็น Mathสุดท้ายพวกเราก็สอบผ่านมันไม่ได้จำกัดอาชีพตายตัวคุณคิดแค่ว่าคุณอยากทำอะไรแล้วตั้งใจทำให้ได้เพราะพวกเราชาว Apply Math ทำได้เสมอเมื่อไรที่คุณพบงานที่ชอบคุณจะไม่รู้สึกว่าทำงานอีกเลยตลอดชีวิต

#5 By MA 13 Kmitnb (118.174.165.5) on 2008-11-04 10:55